ปวดก้นเหมือนกัน แต่เป็น "ริดสีดวงทวาร" กับ "ปวดก้นกบ" จะแยกอาการออกจากกันได้อย่างไร?

 



"เจ็บก้น... ตกลงฉันเป็นอะไรกันแน่?" เคยสงสัยไหมครับ? เวลาปวดบริเวณ "ที่ลับ" ตรงนั้น หลายคนมักจะเขินอาย ไม่กล้าบอกใคร และมักจะเหมาเอาเองว่า "สงสัยเป็นริดสีดวงแน่ๆ" แล้วก็รีบไปซื้อยามาทาหรือมาเหน็บเอง แต่ทาเท่าไหร่ก็ไม่หายสักที แถมบางทียิ่งนั่งยิ่งปวดกว่าเดิม วันนี้หมอเก่งอยากชวนมาไขข้อข้องใจเรื่องใกล้ตัว (และใกล้ก้น) ที่หลายคนแยกไม่ออก ระหว่าง "ริดสีดวงทวาร" กับ "อาการปวดก้นกบ" ว่าจริงๆ แล้วมันต่างกันอย่างไร และจะดูแลตัวเองยังไงให้ถูกจุดครับ


เรื่องเล่าจากห้องตรวจ: เมื่อ "คุณพี่สมร" นั่งไม่ได้ มีคนไข้ท่านหนึ่งชื่อคุณพี่สมร (นามสมมติ) อายุ 50 ปี เป็นพนักงานบัญชี เดินเข้ามาในห้องตรวจด้วยท่าทางเกร็งๆ เวลาจะนั่งเก้าอี้ตรวจ ก็ค่อยๆ หย่อนก้นลงช้าๆ เหมือนกลัวเจ็บ แล้วก็นั่งตะแคงแก้มก้นข้างหนึ่ง "หมอคะ พี่เป็นริดสีดวงมา 3 เดือนแล้ว ซื้อยาเหน็บไป 5 กล่อง กินสมุนไพรก็แล้ว มันไม่ยุบเลยค่ะ ยิ่งนั่งทำงานยิ่งปวดทรมานมาก" พอหมอซักประวัติละเอียดขึ้น คุณพี่สมรเล่าว่า "ไม่มีถ่ายเป็นเลือด ไม่เจ็บตอนถ่ายหนัก แต่เจ็บเวลานั่งเก้าอี้ทำงานนานๆ หรือเวลาจะลุกยืนจากเก้าอี้ จะจี๊ดขึ้นมาเลย" และเมื่อ

3 เดือนก่อน เคยลื่นล้มก้นกระแทกพื้นในห้องน้ำ พอหมอขออนุญาตตรวจร่างกาย กดบริเวณ "ปลายกระดูกก้นกบ" คุณพี่สมรร้อง "โอ๊ย!" ทันที... สรุปเคสนี้ไม่ใช่ริดสีดวงครับ แต่เป็น "กระดูกก้นกบอักเสบ" จากอุบัติเหตุและการนั่งผิดท่าซ้ำเติม เห็นไหมครับว่า อาการ "เจ็บที่ก้น" เหมือนกัน แต่ "คนละโรค" โดยสิ้นเชิง


ความจริงที่หมออยากบอก: "เพื่อนบ้าน" ที่อยู่ใกล้ แต่ "นิสัย" ต่างกัน ให้จินตนาการภาพง่ายๆ แบบนี้ครับ

ริดสีดวงทวาร: คือเรื่องของ "หลอดเลือดและเนื้อเยื่อ" ที่โป่งพอง เหมือนลูกโป่งใส่น้ำที่ปูดออกมา

ปวดก้นกบ: คือเรื่องของ "กระดูกและเส้นเอ็น" ที่อักเสบ หรือเคลื่อน เหมือนข้อเท้าแพลงแต่อยู่ที่ก้น ถึงจะอยู่ใกล้กันแค่ไม่กี่เซนติเมตร แต่อาการและที่มาที่ไปต่างกันชัดเจนครับ


1. ริดสีดวงทวาร (Hemorrhoids) คืออะไร? มันคืออะไร? อธิบายแบบเข้าใจง่ายที่สุด ภายในทวารหนักของเรา จะมีกลุ่มเส้นเลือดและเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่เหมือน "เบาะรอง" ช่วยในการกลั้นอุจจาระ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มีแรงดันสูงๆ "เบาะ" นี้จะถูกดันจนหลอดเลือดดำโป่งพอง ยืด และยื่นออกมา กลายเป็นหัวริดสีดวงครับ สาเหตุ (ทำไมถึงเป็น?)ท้องผูกเรื้อรัง: ต้องเบ่งถ่ายแรงๆ ประจำ แรงดันในช่องท้องจะไปดันหลอดเลือดที่ก้น • นั่งถ่ายนาน: เล่นมือถือในห้องน้ำนานๆ ทำให้เลือดคั่งที่ปากทวารหนัก • ท้องเสียบ่อย: การถ่ายเหลวบ่อยๆ ก็ทำให้ระคายเคืองและอักเสบได้ • การตั้งครรภ์: มดลูกที่ขยายใหญ่ไปกดทับเส้นเลือดดำใหญ่ ทำให้เลือดไหลเวียนกลับจากช่วงล่างไม่สะดวก อาการสัญญาณเตือนถ่ายเป็นเลือดสด: อาจจะหยดตามหลังอุจจาระ หรือติดกระดาษชำระ (นี่คืออาการเด่นที่สุด) • มีติ่งเนื้อยื่นออกมา: เวลาถ่ายหนัก อาจผลุบเข้าไปเอง หรือต้องใช้นิ้วดัน • เจ็บปวดขณะถ่าย: โดยเฉพาะถ้าหัวริดสีดวงมีการอักเสบหรือลิ่มเลือดอุดตัน • คันรอบทวารหนัก: จากเมือกหรือการระคายเคือง การตรวจวินิจฉัย หมอจะใช้การตรวจด้วยนิ้วมือ (Digital Rectal Exam) และอาจใช้กล้องส่องตรวจลำไส้ส่วนปลาย (Proctoscope) เพื่อดูตำแหน่งและขนาดของหัวริดสีดวงครับ การรักษาเปลี่ยนพฤติกรรม: กินผักผลไม้ ดื่มน้ำเยอะๆ อย่าเบ่งแรง อย่านั่งห้องน้ำนาน • ยา: ยาเหน็บ ยาทา หรือยากินเพื่อลดการอักเสบของหลอดเลือดดำ • การรักษาเฉพาะ: เช่น การรัดยาง (Rubber band ligation) เพื่อให้หัวฝ่อหลุดไป • ผ่าตัด: ใช้ในรายที่เป็นมาก (ระยะ 3-4) หรือมีภาวะแทรกซ้อน


2. อาการปวดก้นกบ (Coccydynia) คืออะไร? มันคืออะไร? ก้นกบ คือกระดูกชิ้นเล็กๆ ปลายสุดของกระดูกสันหลัง รูปร่างเหมือนหางเต่าเล็กๆ (Vestigial tail) ซึ่งเป็นจุดเกาะของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นหลายมัดในอุ้งเชิงกราน โรคนี้คือภาวะที่กระดูกชิ้นนี้เกิดการอักเสบ เคลื่อนตัวผิดปกติ หรือข้อต่อยึดติดแน่นเกินไป สาเหตุและกลไกการเกิดโรค (Pathogenesis)อุบัติเหตุ (Trauma): เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด เช่น ลื่นล้มก้นกระแทก (เหมือนเคสคุณพี่สมร) ทำให้เยื่อหุ้มกระดูกอักเสบ หรือกระดูกหัก/ร้าว • การนั่งผิดท่า (Micro-trauma): การนั่งเอนตัวไปข้างหลังแบบกึ่งนั่งกึ่งนอน บนเก้าอี้ที่เบาะไม่รองรับ จะทำให้น้ำหนักตัวกดลงที่ "ปลายก้นกบ" โดยตรง แทนที่จะลงที่ "กระดูกรองนั่ง" (Ischial tuberosity) • การคลอดบุตร: ศีรษะเด็กที่ผ่านช่องคลอดอาจดันกระดูกก้นกบให้แอ่นไปด้านหลังมากเกินไปจนเอ็นฉีกขาด • ความเสื่อม: ตามอายุ ทำให้ข้อต่อระหว่างกระดูกก้นกบกับกระดูกกระเบนเหน็บ (Sacrococcygeal joint) อักเสบ อาการสัญญาณเตือน (สังเกตดีๆ นะครับ ข้อนี้สำคัญ)เจ็บเวลานั่ง: โดยเฉพาะการนั่งบนพื้นแข็ง หรือเก้าอี้แข็งๆ • เจ็บเวลา "เปลี่ยนท่า": จังหวะที่กำลังจะ "ลุกขึ้นยืน" จากท่านั่ง จะปวดจี๊ดขึ้นมาทันที (เพราะกล้ามเนื้อก้นดึงรั้งกระดูกที่อักเสบ) • เจ็บเวลานั่งเอนหลัง: เพราะน้ำหนักลงที่ปลายก้นกบ • ไม่มีเลือดออก: ถ่ายอุจจาระปกติ (ยกเว้นก้อนอุจจาระแข็งมากไปครูดกระดูกที่นูนอยู่ข้างใน) การตรวจวินิจฉัยกดเจ็บ: หมอกดที่ภายนอก หรือล้วงเข้าไปกดจากภายใน (Rectal exam) แล้วขยับกระดูกก้นกบ ถ้าคนไข้สะดุ้งโหยง แปลว่าใช่เลย • เอกซเรย์ (X-ray): พิเศษตรงที่ต้องถ่ายภาพทั้งท่านั่งและท่ายืน (Dynamic X-ray) เพื่อดูว่าเวลานั่ง กระดูกมันบิดหรือเคลื่อนผิดปกติไหม • MRI: ใช้ในกรณีที่สงสัยเนื้องอก หรือการติดเชื้อ (ซึ่งพบน้อยมาก) การรักษาเบาะรองนั่ง (Donut Cushion): สำคัญที่สุด! ต้องใช้เบาะรูปตัว U หรือโดนัทที่มีรูตรงกลาง เพื่อให้เวลานั่ง "ก้นกบเราลอยอยู่" ไม่สัมผัสพื้น • ยา: ยาต้านการอักเสบ (NSAIDs) เพื่อลดบวม • กายภาพบำบัด: ใช้คลื่นเหนือเสียง (Ultrasound) หรือเลเซอร์ ลดการอักเสบ • การฉีดยา: ฉีดสเตียรอยด์เฉพาะจุด หรือการฉีดบล็อกเส้นประสาท (Ganglion Impar Block) เพื่อระงับความปวดในรายที่เป็นเรื้อรัง • ผ่าตัด: ตัดกระดูกก้นกบออก (Coccygectomy) ทำน้อยมาก เฉพาะในรายที่รักษาทุกวิธีแล้วไม่หายจริงๆ


ถ้ารักษาผิดโรคจะเป็นอย่างไร?ริดสีดวง: ถ้าปล่อยไว้นาน อาจเกิดภาวะซีดจากการเสียเลือดเรื้อรัง หรือหัวริดสีดวงเน่าตายจากการขาดเลือด ซึ่งเจ็บปวดมากและต้องผ่าตัดฉุกเฉิน • ปวดก้นกบ: หากไม่ปรับท่านั่งและฝืนนั่งกดทับต่อไป อาการจะกลายเป็น "ปวดเรื้อรัง" (Chronic Pain) ซึ่งรักษายากมาก บางคนปวดเป็นปี ทำให้ไม่อยากไปไหน ไม่อยากนั่งรถ ส่งผลต่อสุขภาพจิตได้เลยครับ


การพยากรณ์โรค: หายขาดไหม?ริดสีดวง: สามารถ "สงบ" ได้ถ้าปรับพฤติกรรมการขับถ่าย แต่ก็กลับมาเป็นใหม่ได้ถ้ากลับไปเบ่งถ่ายแรงๆ หรือท้องผูกอีก • ปวดก้นกบ: โรคนี้ใช้เวลาหายนานครับ อาจจะเป็นหลัก "สัปดาห์ถึงหลายเดือน" เพราะเราต้องนั่งทับก้นตัวเองทุกวัน แต่ส่วนใหญ่ >90% หายได้ด้วยการรักษาแบบประคับประคอง (ใช้เบาะรองนั่ง+ยา+กายภาพ) โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ


คำแนะนำการดูแลตัวเองเบื้องต้น (Do & Don't) ถ้าสงสัยว่าเป็น "ริดสีดวง":

  1. ดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว
  2. ทานผักผลไม้ เพิ่มกากใย
  3. ห้าม เล่นมือถือขณะขับถ่าย (ตั้งเวลาไว้ไม่เกิน 5 นาที)
  4. ถ้าปวดมาก ให้แช่ก้นในน้ำอุ่น (Sitz bath) วันละ 10-15 นาที ช่วยลดการอักเสบได้ดีมาก

ถ้าสงสัยว่าเป็น "ปวดก้นกบ":

  1. หา "เบาะรองนั่งรูปโดนัท" มาใช้ทันที ทั้งที่ทำงาน ที่บ้าน และในรถ
  2. หลีกเลี่ยงการนั่งเก้าอี้นิ่มเกินไปที่ทำให้ก้นจม หรือแข็งเกินไป
  3. ท่านั่งที่ถูก: ให้นั่งตัวตรง โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ให้น้ำหนักลงที่ต้นขาแทนก้นกบ
  4. ประคบเย็นบริเวณก้นกบ ใน 2-3 วันแรกหลังเริ่มปวด หลังจากนั้นใช้ประคบอุ่น สรุป อาการ "เจ็บก้น" ไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่ได้มีแค่ริดสีดวงเสมอไปครับ หากคุณมีอาการปวดเวลานั่ง หรือลุกยืน โดยไม่มีเลือดออก ให้สงสัยเรื่องกระดูกก้นกบไว้ก่อน การวินิจฉัยที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณไม่ต้องเจ็บตัวฟรี และไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูก อย่าทนปวดจนเสียบุคลิกภาพ และเสียความสุขในการใช้ชีวิตนะครับ ให้หมอกระดูกและข้อ หรือศัลยแพทย์ช่วยดูแล คุณจะได้กลับมานั่งทำงานและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง

ด้วยความปรารถนาดี หมอเก่ง

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666 #ปวดก้นกบ #ริดสีดวงทวาร #ปวดก้นนั่งไม่ได้ #กระดูกก้นกบอักเสบ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดหลังร้าวลงขา #OfficeSyndrome #สาระสุขภาพ 


📚 เอกสารอ้างอิง (References)

  1. Maigne JY, Doursounian L, Chatellier G. Causes and mechanisms of common coccydynia: role of body mass index and coccygeal trauma. Spine (Phila Pa 1976). 2000 Dec 1;25(23):3072-9. ◦ (สรุป: การศึกษาเกี่ยวกับสาเหตุของอาการปวดก้นกบ โดยพบว่าน้ำหนักตัวและประวัติอุบัติเหตุมีผลต่อการเกิดโรค และลักษณะการเคลื่อนไหวของกระดูกก้นกบในท่านั่งที่ผิดปกติเป็นสาเหตุสำคัญ)
  2. Lohsiriwat V. Hemorrhoids: from basic pathophysiology to clinical management. World J Gastroenterol. 2012 May 7;18(17):2009-17. ◦ (สรุป: บทความทบทวนความรู้เรื่องริดสีดวงทวาร ตั้งแต่กลไกการเกิดโรค อาการ จนถึงแนวทางการรักษาในปัจจุบันทั้งแบบไม่ผ่าตัดและผ่าตัด)
  3. Foye PM. Coccydynia: Tailbone Pain. Phys Med Rehabil Clin N Am. 2017 Aug;28(3):539-549. ◦ (สรุป: ข้อมูลเจาะลึกเรื่องอาการปวดก้นกบ การตรวจวินิจฉัยแยกโรค และการรักษาด้วยวิธีการฉีดยาและการใช้อุปกรณ์เสริมต่างๆ)

Comments

Popular posts from this blog

ล้มก้นกระแทก เจ็บจี๊ดที่ก้นกบ นั่งก็โอย ลุกก็โอย... ปล่อยไว้หายเองได้ หรือต้องผ่าตัด? หยุดเช็กก่อน! อาการเจ็บก้นที่ไม่ธรรมดา

ขับรถนาน รถติดเมืองกรุง จน "ก้นระบม" : สัญญาณเตือนโรคถุงน้ำรองกระดูกนั่งอักเสบ ที่วัยเก๋าต้องระวัง

นานแล้วเจ็บ "ก้นกบ" จนต้องนั่งบิดไปบิดมา... ตกลงกระดูกพังหรือแค่กล้ามเนื้อเกร็ง?